สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก Small Things That Parents Do Bring Good Outcomes to Children

จะมีพ่อแม่คนไหนที่มั่นใจสุดๆว่าการเลี้ยงลูกแบบนี้ของฉันนั้นมาถูกทางแล้ว

“ฉันยอมรับว่า ฉันก็เหมือนพ่อแม่คู่อื่นๆ

ที่บางทีเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่า

ที่เราปฏิบัติต่อลูกนั้นมันถูกผิดโอเคแค่ไหน”

คุณเฮเลน เพียร์สัน Helen Pearson นักเขียน นักวิจัยชาวอังกฤษซึ่งมีลูกสามคน

ได้กล่าวไว้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาครูโรสได้ไปร่วมงานที่จัดขึ้นเพื่อคุณแม่มือใหม่และ

ว่าที่คุณแม่เพื่อมาฟังประสบการณ์จากคุณแม่เซเลป

หรือจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์แม่ๆ

ในเรื่อง การเลี้ยงลูก

สิ่งที่สังเกตได้ท่ามกลางงานนี้คือ

พ่อแม่มือใหม่ทุกคนต้องการอาศัยประสบการณ์และข้อมูล

จากผู้ที่เป็นแม่มาก่อน

และจากผู้มีความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูก

#เราจะได้มั่นใจในการเลี้ยงลูกมากขึ้น

#ใครจะอยากเดินผิดทาง

ใช่ไหมคะ

แล้วข้อมูลที่เขาสำรวจมายาวนานเป็นหลายทศวรรษล่ะ

ถ้าเราทำตามยิ่งต้องมาถูกทางแน่นอน

คุณเฮเลนตื่นเต้นกับการค้นพบการวิจัยนี้มาก

เธอไม่ได้วิจัยเอง

แต่ค้นพบว่ามีการทำการสำรวจเด็กทั่วราชอาณาจักรอังกฤษ

ตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 หลังสงครามยุติใหม่ๆ

ทีมวิจัยเก็บข้อมูลเด็กกว่า 14,000 คนที่เกิดในสัปดาห์เดียวกัน

ผลปรากฏว่า ข้อมูลที่ได้ให้ประโยชน์ต่อการพัฒนาเยาวชนของชาติมาก

จึงมีการทำต่อๆและทำต่อ

มีการสำรวจทั้งในช่วงยุค 1960,1970,1990 และยุคมิลเลนเนียม

บทสรุปของการติดตามสำรวจเด็กอย่างยาวนาน

ให้คำตอบที่เหมือนตะเกียงนำทางพ่อแม่

ให้ไปสู่ทิศที่ถูกได้

นั่นคือ

Small things that parents do bring the good outcomes to children

สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารักจากพ่อแม่

ที่ปฏิบัติต่อลูก

จะทำให้ลูกไปได้ดีมีอนาคต

ต้องบอกก่อนว่ามีบทสรุปที่น่าใจหายอันหนึ่ง

บ่งชี้ว่า

1.ความลำบากยากจนมีผลต่อชีวิตลูกเป็นอย่างยิ่ง

ประเด็นนี้ขอไม่พูดถึงนะคะ ให้ผู้อ่านไปฟังต่อเอง

2.ช่วงสามปีแรก สิ่งเล็กๆที่พ่อแม่ทำให้ลูกสำคัญมาก

อันนี้ครูขอขยายให้ทราบดังนี้

#สิ่งเหล่านั้นคืออะไรบ้างที่พ่อแม่ต้องทำ

#นั่นก็คือ

-คุยกับลูก

-ฟังลูก

-ตอบสนองลูกด้วยความรักและความอบอุ่น

-สอนตัวเลข

-สอน ก ข

-สอน A B C

-พาลูกไปเที่ยว

-อ่านหนังสือให้ลูกฟังทุกวัน

-อ่านนิทานให้ลูกฟังก่อนนอนทุกคืน

-เข้านอนเป็นเวลา

อะไรเนี่ย

แค่นี้เองหรือ

ทำวิจัยมาเป็นหลายรุ่น

ได้คำตอบธรรมดาแบบนี้น่ะหรือ

ใช่ค่ะ

สิ่งที่เราทำกันปกตินี่เเหละค่ะ

ต้องอย่าหยุดทำ

บางคนอาจไม่ได้อ่านนิทานให้ลูกทุกคืน

บางคนอาจไม่เคยฟังลูกจริงๆ

ลองลุกขึ้นมาทำสิ่งเล็กๆเหล่านี้นะคะ

คุณเฮเลนเล่าต่อว่า

เพราะความยากจนและความลำบากเนี่ยแหละ

ที่ทำให้เด็กๆส่วนใหญ่เติบโตมาก็ยังยากจนและลำบากดังเดิม

แต่มีเด็กกลุ่มหนึ่งประมาณ 17,000 คน ในยุค 1970

ที่ได้รับการสำรวจและตกผลึกข้อสรุปมาว่า

พวกเขามีพ่อแม่ที่ให้ความสนใจ

ทำสิ่งเล็กๆดังที่กล่าวด้านบนต่อพวกเขา

เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่วัยประมาณ 30

ผู้ใหญ่วันนี้คือเด็กวันโน้น

ที่หลุดพ้นจากความลำบากยากจน

เมื่อเทียบกับเด็กที่พ่อแม่ไม่ทำสิ่งเหล่านี้กับเขา

คุณเฮเลนทิ้งท้ายว่า

ผลลัพธ์จากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

มีประโยชน์เพราะทำให้เรามั่นใจในการเลี้ยงลูก

#เราฟังวิทยาศาสตร์

#และเราต้องฟังลูกด้วย

“All we can do is listen to the science and of course,listen to our children themselves.”

ขอบคุณเนื้อหา Helen Pearson:Lessons from the longest study on human development ตามเข้าไปรายละเอียดเต็มๆในนี้ได้เลยค่ะ

ขอบคุณภาพจาก pixabay