ความจริงที่ต้องยอมรับ เด็กจมน้ำเพราะผู้ใหญ่ปล่อยให้คลาดสายตา

เรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน

ที่อำเภอหนึ่งในจังหวัดภาคอีสาน

เพื่อนวัยเยาว์สองคนวัยประมาณ 12-13 ปี

เด็กผู้หญิงทั้งสองโตมาด้วยกัน

สนิทกันตั้งแต่เล็ก

พอถึงช่วงปิดเทอม

เด็กๆจึงชวนกันไปเที่ยวว่ายน้ำเล่นที่อ่างเก็บน้ำประจำอำเภอ

การเล่นน้ำของเด็กสองคน

จบลงด้วยหนึ่งในนั้นจมน้ำเสียชีวิต

….

ผลจากการเสียชีวิตของเพื่อนรัก

นอกจากจะเป็นความสูญเสียของครอบครัวๆหนึ่งแล้ว

ยังทำให้ทั้งสองครอบครัวของเด็กเกิดความร้าวฉาน

ครอบครัวที่ลูกสาวตายกล่าวโทษเด็กหญิงที่ยังมีชีวิตอยู่

ว่าเป็นคนทำให้ลูกเขาตาย

ข่าวลือแพร่ไปทั่วอำเภอว่าเด็กหญิงทำให้เพื่อนจมน้ำตาย

ทั้งๆที่จากการสอบถามเด็กหญิง

เธอบอกว่า ทั้งสองคนเล่นน้ำบ่อย ว่ายน้ำเป็น

แต่วันนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เด็กที่เสียชีวิตอยู่ๆก็ไม่ว่ายแล้วตัวดิ่งลงน้ำลึก

โดยที่เธอเองก็ไม่สามารถดึงเพื่อนขึ้นมาจากน้ำได้…..

ทุกคนสรุปว่าการจมน้ำตายของเพื่อน

คือความผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ของเด็กหญิง

#จะมีใครคิดและมองในมุมอื่นบ้าง

….

เพราะความจริงของสังคมไทยก็คือ

ทุกๆปีมีเด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 2500 รายต่อปี

เฉลี่ย 200 รายต่อเดือน

56% เกิดจากจมน้ำตาย

25% เกิดจากการเดินทางด้วยพาหนะต่างๆ

ที่เหลือเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น ตกจากที่สูง

เด็กๆจมน้ำตายมากขึ้นในช่วงปิดเทอม

โดยเฉพาะช่วงเมษาหน้าร้อน

เฉลี่ยทั่วประเทศเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี

จมน้ำตาย 350 รายต่อเดือน

#นี่คือความจริงที่เจ็บปวด

ในจำนวนเด็กที่จมน้ำตาย

ช่วงอายุ 1-4 ขวบ จะเสียชีวิตในบ้าน แหล่งน้ำในบ้านเช่นกาละมัง สระน้ำ สระน้ำเป่าลม บ่อปลา

#เพราะพ่อแม่มักปล่อยให้เด็กโตหรือผู้สูงอายุดูแล

#หรือปล่อยให้ลูกคลาดสายตาเพียงชั่วขณะเดียว

ทำไมผู้สูงอายุและเด็กโตจึงไม่ใช่บุคคลที่ควรดูแลเรื่องความปลอดภัยของเด็กๆ

ก็เพราะเด็กโตยังไม่มีวุฒิภาวะหรือความเป็นผู้ใหญ่พอ

ที่จะประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า

ส่วนผู้สูงอายุนั้น

มีวุฒิภาวะพอแต่การเคลื่อนไหวร่างกายที่ไม่คล่องแคล่ว

และขาดกำลังกายในการช่วยเหลือ

ขณะที่กลุ่มเสี่ยงในช่วงอายุ 6-12 ปี

#เป็นวัยที่พ่อแม่มักปล่อยให้ลูกออกไปเล่นตามลำพัง

โดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัด

จึงมักเสียชีวิตในแหล่งน้ำใกล้บ้าน แหล่งน้ำในชุมชน

….

เป็นเรื่องเศร้าที่พ่อแม่สูญเสียลูกที่รักเพราะจมน้ำตาย

แต่เด็กๆยังไม่มีทักษะที่จะตระหนักรู้เรื่องความปลอดภัย

เราจึงไม่อาจโทษเด็กๆได้

พ่อแม่ต่างหากคือคนที่ต้องดูแลความปลอดภัยทางน้ำของลูก

#ต้นทางของการจมน้ำตาย

#คือการปล่อยให้ลูกคลาดสายตา

เราจะไม่โทษใคร

แต่เป็นเพราะผู้ใหญ่เอง

ที่ปล่อยลูกหลานที่เรารักเขามากที่สุด

แต่เรากลับปล่อยเขาให้คลาดสายตา

ขอให้บทความนี้เป็นตัวกระตุ้นเตือนเราพ่อแม่

ว่าอย่าทิ้งคนที่เรารัก

ที่ยังเด็กนัก

ที่แม้จะว่ายน้ำเป็นแล้ว

อย่าทิ้งเขาให้อยู่ตามลำพังใกล้แหล่งน้ำ

เขาจะได้มีโอกาสใช้ชีวิตอันมีค่าของเขา

บนโลกนี้กับเราค่ะ

ข้อมูลจาก สสส.