ว่ายน้ำเป็นกับเอาตัวรอดได้ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน

สมัยครูเป็นเด็กม.ต้น

รุ่นพี่มัธยมของครูเอ็นทรานซ์ติดมหาวิทยาลัยชื่อดังพร้อมกันเกือบยกชั้น

ครูที่โรงเรียนประกาศแสดงความยินดีต่อพี่ๆ ที่หน้าเสาธง

ทำให้น้องๆพลอยชื่นชมไปด้วย

เมื่อถึงปิดเทอมใหญ่หน้าร้อน

วันที่อากาศอบอ้าว ครูเห็นข่าวหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์

เขียนพาดหัวว่า

“นักกีฬาว่ายน้ำจมน้ำตายหมู่ หลังฉลองเอ็นต์ติด ที่เกาะเสม็ด”

ครูอ่านรายละเอียดแล้วขนลุกซู่

เพราะผู้เสียชีวิตทั้งสี่คนนั้น คือรุ่นพี่โรงเรียนเดียวกันกับครู

และเป็นนักกีฬาว่ายน้ำทั้งสี่คน

ในเนื้อข่าวเล่าต่อว่า

มีพายุเข้า ที่เกาะเสม็ด ต้องงดออกเรือกลับเข้าฝั่ง

แต่พี่ๆทั้งสี่คนมีความจำเป็นต้องกลับบ้าน

เพราะวันรุ่งขึ้นมีรายงานตัวที่มหาวิทยาลัย

จึงได้จ้างเรือลำหนึ่งให้นำพวกเขากลับเข้าฝั่งให้ได้

เมื่อหลายเดือนก่อน

มีคุณแม่ของลูกศิษย์ครูคนหนึ่งซึ่งไม่ได้เรียนว่ายน้ำกับครูแล้ว

เพราะน้องอายุเกิน

โทรมาหาครู เพราะทราบว่าครูโรสครูแอนเปิดคลาสสอนเด็กโตเพิ่มอีกหลายคลาส

ว่าจะกลับมาเรียนกับครูอีก

เพราะคุณแม่พาลูกไปเรียนว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์กับครูที่สอนตัวต่อตัวที่สระอื่น

แต่ทำไมยิ่งเรียน ลูกยิ่งกลัวน้ำ และหมดความมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ

ครูจึงให้คุณแม่พาน้องมาหา

และลองว่ายให้ดู

จึงได้รู้ว่าครูที่สอนว่ายน้ำน้องคนนั้น

สอนแต่ท่าฟรีสไตล์

แต่ไม่สอนท่าลอยตัว ไม่สอนท่าพยุงตัว

โดยให้เหตุผลว่า ยังไม่จำเป็น

คุณแม่เองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องว่ายน้ำ

แต่ไม่สบายใจมากๆ เมื่อเห็นลูกมีอาการตาลีตาเหลือกเวลาอยู่ในน้ำลึก

ถ้าเรามีความเข้าใจเรื่องการว่ายน้ำและการเอาตัวรอดในน้ำที่ถูกต้อง

เราจะไม่เน้นที่ “ท่า” ว่ายน้ำก่อนค่ะ

แต่เราจะพุ่งความสนใจไปที่–ลูกต้องรู้จักการถนอมแรงของตัวเองให้เป็นก่อน

ด้วยการนอนหงายลอยตัว และรู้จักพยุงตัวเพื่อรักษาชีวิตให้รอดค่ะ

ว่ายได้แต่ท่ายังไม่เป๊ะ และเอาตัวรอดเป็น

พูดให้เข้าใจง่ายคือ

มนุษย์เป็นสัตว์บก

ต้องเรียนรู้การอยู่กับน้ำ

ด้วยการต้องไม่ตายในน้ำ

ดังนั้น การเอาตัวรอดในน้ำได้คือ

จุดประสงค์หลักที่มี

-การว่ายน้ำได้,

-การลอยตัวได้,

-การพยุงตัวในน้ำลึกได้ และ

-การดำน้ำได้ เป็นส่วนประกอบค่ะ

ผลการสำรวจการว่ายน้ำของเด็กไทย อายุ 5-14 ปี ปี 2557

จากจำนวนเด็ก 8 ล้านคน

พบว่าที่ว่ายน้ำเป็นมีเพียง 23.7% หรือ 2 ล้านคน

แต่ที่ว่ายน้ำได้และสามารถเอาตัวรอดในน้ำได้มีเพียง 4.4%

หรือประมาณ 370,000 คน

น้อยจัง

ลองถามตัวเองดังนี้ค่ะ

1.เมื่อไปเที่ยวทะเลหรือแม่น้ำ คุณไม่ใส่ชูชีพเพราะตัวเองว่ายน้ำเป็น

2.เวลาไปเที่ยวทางน้ำ คุณไม่เคยประเมินสภาพแวดล้อมรอบตัวว่าเป็นอย่างไร

3.คุณว่ายท่าฟรีสไตล์ได้ หรือท่ากบ ท่ากรรเชียงได้

แต่พยุงตัวในน้ำ (treading water) ไม่ได้

4.คุณลอยตัวนิ่งในท่าปลาดาวไม่เป็น (floating)

5.คุณคิดว่าลูกวัยสามขวบ สามารถว่ายท่าฟรีสไตล์ได้แล้ว

ถ้าคุณตอบ ใช่ ทั้ง 5 ข้อ

แปลว่า คุณยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องว่ายน้ำได้และเรื่องเอาตัวรอด

มาดูความจริงของแต่ละข้อกันค่ะ

ความจริงข้อที่ 1

ที่อังกฤษ 66% ของผู้ใหญ่ที่จมน้ำเสียชีวิตคือคนที่ว่ายน้ำเป็น ส่วนหนึ่งเพราะตะคริว และอีกส่วนหนึ่งเพราะประเมินตัวเองสูงเกินไป

ความจริงข้อที่ 2

อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เวลาไปเที่ยวทางน้ำหรืออยู่ใกล้น้ำ การสำรวจรอบตัว นัดแนะกับลูกจะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเครื่องชูชีพ

ส่วนปัจจัยอื่นที่เพิ่มความเสี่ยงคือ

คลื่นลม อุณหภูมิน้ำ สัตว์ร้ายในน้ำ และเพื่อนร่วมจม ที่อาจกดคุณให้จมดิ่งลงไป

ความจริงข้อที่ 3

ทักษะการพยุงตัว (Treading water) คือท่าที่เราอยู่ในแนวตั้ง ศีรษะพ้นน้ำ

แขนขาโบกไปมา

เพื่อให้เราได้เห็นทิศทาง และเป็นการพักการว่ายน้ำ

ความจริงข้อที่ 4

การนอนหงายลอยตัวในท่าปลาดาว (ตามภาพ) คือท่าพักเหนื่อย ท่าถนอมแรง

เพราะเราไม่อาจว่ายน้ำได้ตลอดเวลา

ความจริงข้อที่ 5

เด็กๆวัยต่ำกว่าห้าขวบ เหมาะสมกับการเรียนว่ายน้ำในท่าธรรมชาติและการฝึกการเอาตัวรอด

เด็กๆไม่เหมาะกับการเรียนท่าฟรีสไตล์ กบ กรรเชียง

เพราะสรีระและวุฒิภาวะยังไม่ได้

เมื่อเราข้ามขั้นตอนของพัฒนาการลูก

จึงทำให้เกิดความคาดหวังสูง

และเพิ่มความกดดันที่ลูก

เสมือนเราให้เด็กห้าขวบฝึกคูณร่วมน้อย หารร่วมมาก

มีเพียงอัจฉริยะที่ทำได้ค่ะ

การจมน้ำคือความสูญเสียที่ย่างกรายเข้ามาเงียบๆ

ใช้เวลาชั่วอึดใจที่แม่หันไปทางอื่น

หรือเพียงเพราะเราไว้ใจว่าลูกว่ายน้ำได้

จึงปล่อยให้ไปเล่นตามห้วยหนองคลองบึงกับเพื่อน

หรือแม้กระทั่งตัวเราเอง

ที่ว่ายน้ำได้

จึงออกไปว่ายน้ำคนเดียวตามลำพัง

การว่ายน้ำได้ กับการเอาตัวรอดได้

ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

เพราะว่ายน้ำได้คือองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น

ในทุกๆวันที่เหตุการณ์ของชีวิตดำเนินไปตามปกติ

เราจะยังไม่ได้ใช้มัน

ต่อเมื่อเราตกน้ำ

แล้วเราเอาชีวิตรอดได้

เราจะเห็นค่าของการว่ายน้ำ

เห็นค่าของท่าแมงกะพรุนและท่าปลาดาวค่ะ

#bangkokkids #swimandsurvive #survivalskills #babyswimming

#treadingwater #floating

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)